|
 |
|
 |
 |
Business continuity planning (BCP) เป็นขบวนการสร้างการวางแผนปฎิบัติการกอบกู้องค์กรให้สามารถดำเนินธุรกิจบางส่วน หรือ ทั้งหมดต่อไปได้เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยแผนงานนั้นจะต้องถูกปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยมีการกำหนดตัวผู้ที่เข้ารับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆตามที่ได้วางแผน เพราะหากไม่มีการวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ล่วงหน้าแล้ว จะทำให้ยากในกอบกู้ธุรกิจให้กลับคืนมาดำเนินการตามปกติ ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ และฃื่อเสียงขององค์กร และบางประเทศได้กำหนดบทลงโทษเป็นคดีอาญาแก่ผู้บริหารองค์กรหากละเลยในการจัดทำแผน BCP
ซึ่ง BCP ในประเทศไทยเราได้เรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น การวางแผนธุรกิจต่อเนื่อง การวางแผนประคองธุรกิจ หรือ การวางแผนป้องกันภัยพิบัติ และอื่นๆเป็นต้น
ซึ่งภัยพิบัติองค์กรสามารถเกิดขึ้นจากภัยทางธรรมชาติ ภัยจากมนุษย์ ภัยจากเทคโนโลยี หรือ แม้กระทั่งอุบัติเหตุ เช่น ไฟไหม้ แผ่นดินไหว พายุ การประท้วง การเกิดโรคระบาด คอมพิวเตอร์ล่ม การประท้วง การออกกฎหมายใหม่ เป็นต้น
โดย BCP นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ขององค์กร ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการทำงานอันเกี่ยวข้องกับการควบคุมการบริหารข้อมูลที่ละหลวม ซึ่งขบวนการนี้สามารถเชื่อมโยงกับการปรับปรุงความปลอดภัยของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และ การขบวนการบริหารรความเสี่ยงชื่อเสียงองค์กร
เมื่อธันวาคม 2006 British Standards Institution (BSI) ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้าน BCP โดยเรียกมาตรฐานใหม่นี้ว่า BS 25999-1. ซึ่งก่อนหน้านั้น BCP ใช้มาตรฐานของการรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์ BS 7799 โดยมาตรฐานใหม่นี้ได้ขยายการทำงานให้ครอบลุมการทำงานทุกประเภท ขนาด ภาระกิจ ทั้งองค์กรราชการ เอกชน องค์กรไม่แสวงผลกำไร อุตสาหกรรมใหญ่ หรือเล็ก
และเมื่อ 2007 BSI ได้ตีพิมพ์ครั้งที่สองเพิ่มเติม เรียกว่า BS 25999-2 "Specification for Business Continuity Management" ซึ่งมีการกำหนดการจัดทำข้อมูล Implementing การดำเนินการ และ การปรับปรุงเอกสาร Business Continuity Management System (BCMS)


ซึ่งจะเห็นได้ว่า BCP ที่มีคุณภาพนั้นจำเป็นจะต้องทำงานบนอินเตอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปใช้เอกสาร หรือ แผนปฎิบัติการ BCP ได้สะดวก และรวดเร็ว เพราะหากผู้รับผิดชอบแต่ละคนถือแผนปฎิบัติการคนละเล่มก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เลย และหากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้รับผิดชอบ ผู้เข้ามารับหน้าที่ใหม่ก็จะเข้าใจกับบทบาทความรับผิดชอบของตนได้ง่าย เพราะเอกสารจะทำงานแบบรวมศูนย์ หากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ สามารถติดต่อกับผู้รับผิดชอบได้ท่วงที เช่น โทรศัพท์เข้ามือถือเป็นเสียงที่ได้บันทึกไว้ หรือ SMS หรืออีเมล์ เป็นต้น หากมีผู้ต้องแจ้งเตือนเป็นจำนวนมากระบบคอมพิวเตอร์ด้าน BCP นั้นจะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก
การจัดทำ Implementing ที่ได้มาตราฐานในระดับสากล จะให้องค์กรสามารถได้ประโยชน์กับการจัดทำ BCP ได้เป็นอย่างมาก เพราะหากการจัดทำโดยผู้ที่ไม่มีประสบการณ์จะทำให้เกิดการเข้าใจผิด เสียเวลา และทำให้การจัดทำ BCP ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้นส่วนใหญ่จึงกำหนดให้ผู้จัดทำต้องได้รับใบประกาศนียบัตรด้าน BCP โดยตรง
|
 |
 |
 |
 |
|